Thursday, September 17, 2015
สดๆร้อนๆ! พลอย เมียปีเตอร์ เผยสถานะล่าสุด ว่าปีเตอร์เป็นเป็นแบบนี้แล้ว และหลายคนก็เข้าใจ
Posted by
Unknown,
on
7:06 PM

หลังจากเคยมีกระแสข่าวระหว่างสาว พลอย พลอยพรรณ กับหนุ่มปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ล่าสุดสาวพลอยก็ออกมาเผยสถานะกับหนุ่มปีเตอร์ในตอนนี้ว่า
ตอนนี้ความรักกับหนุ่มปีเตอร์อาจไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองยังไม่ขอเรียกว่าเป็นซิงเกิ้ลมัม เพราะยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับปีเตอร์ ส่วนเรื่องปีเตอร์กลับบ้านนั้นก็กลับมาบ้านบ้างแล้ว แต่ตนเองไม่ขอพูดเรื่องนี้และไม่ฟังข่าวเรื่องอื่นใดๆตอนนี้ข่าวซาลงแล้วต่างคนต่างเดินหน้าทำงานให้ปีเตอร์มีพื้นที่ทำงานบ้าง
เอาเป็นว่าชัดเจนนะยูววววว
โซเชี่ยลตื่น! อาจารย์คนดังเผย รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ. 2563
Posted by
Unknown,
on
4:21 PM

Kru Chanvit รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ. 2563
อ่านให้จบนะครับ แล้วตามไปอ่านในลิ้งค์ด้วย อ่านให้ละเอียดช้าๆ แล้วหากท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็เสิร์ทค้นหาในกูเกิ้ลต่อนะครับ พิมพิืภาษาไทยลงไปนี่หละครับ ละเอียดกว่าถามผมแยะครับ
ที่คุณครูชาญวิทย์ลงมาเป็นล่าสุด แต่ยังไม่เห็นต้นตอที่มา
ส่วนด้านล่างเป็นของ ดร.เสรี
แค่ไม่ต้องคำนึงถึงอภิมหาภัยพิบัติทำลายโลก เอาแค่น้ำแข็งละลายน้ำก็ท่วมกรุงเทพมหานครลึกเข้ามาชายฝั่งอย่างน้อยที่สุด ๑๐ กิโลเมตรแล้ว และผมยืนยันว่า เขาประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง
พม่าย้ายเมืองหลวงไป เนียปิดอว์ เรียบร้อยแล้ว ไม่โลกสวยนะครับ และไม่โลกมืดด้วย โลกเปลี่ยนไปตามวัฎจักรวงรอบธรรมชาติ ไม่ได้มีอะไแปลกใหม่เลย ช่วงชีวิตเราในรอบนี้เท่านั้นที่มีคนพยายามปิดบังให้เรามาเรียนมารู้เอง เพราะระบบทุนนิยม เน้นการบริโภคปิดหูปิดตากันไปหมด ลองอ่าน พิจารณาดูนะครับ
------------------------------------------------------------------------------
........คาดเดาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ฟ สหรัฐอเมริกาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
........เมืองที่อยู่ริมชายฝัง , เกาะ , เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน อาจจมน้ำได้ ปริมาณน้ำที่เคยเป็นหิ้งน้ำแข็ง
........และที่เคยหักเป็นก้อนอยู่ในทะเลในฤดูหนาวนั้น มีปริมาณหลายพันลูกบาศก์กิโลเมตร
........ซึ่งมากพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าเดิมถึง 6,400 นิ้ว หรือ 16,000 เซนติเมตร หรือ 160 เมตร ในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563
........นั้นแสดงว่า ไอพีซีซี คำนวณการเพิ่มของระดับน้ำทะเลพลาดไป 1 เท่าตัว เพราะไม่ได้เอาปัจจัยหิ้งน้ำแข็งมาคำนวณ
........จากผลการศึกษาชุดล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปทั้ง 3 คนนี้ คาดว่า เร็วๆนี้ ไอพีซีซี คงจะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยตัวใหม่
........ที่ส่งผลถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก ' สรุประดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 160 เมตรทั่วโลก
........8. บัวโนสใฮเรส อาร์เจนตินา ประชากรประมาณ 5,492,000 คน
........9. โบโกตา โคลอมเบีย ประชากรประมาณ 14,584,900 คน
........10. เซาเปาลู บราซิล ประชากรประมาณ 8,243,000 คน
........11. ซาติเอโก ชิลี ประชากรประมาณ 11,859,200 คน
-------------------------------------------------------------------------------
ยุโรปบ้าง
-------------------------------------------------------------------------------
........12. ลอนดอน อังกฤษ ประชากรประมาณ 18,672,000 คน
........13. เฮงซิงกิ ฟินแลนด์ ประชากรประมาณ 7,473,600 คน
........14. ปารีส ฝรั่งเศส ประชากรประมาณ 17,253,000 คน
........15. สตอสโฮร์ม สวีเดน ประกรประมาณ 12,854,000 คน
........16. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ประชากรประมาณ 8,967,000 คน
........17. ดับลินไอร์แลนด์ 4,982,400 คน
------------------------------------------------------------------------------
เอเชียบ้านเรา
------------------------------------------------------------------------------
........18. โตเกียว ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 34,749,000 คน
........19. นางาซากิ ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 21,746,450 คน
........20. โซล เกาหลีใต้ ประชากรประมาณ 9,255,000 คน
........21. ไทเป ใต้หวัน ประชากรประมาณ 18,792,000 คน
........22. เซี่ยงไฮ้ จีน ประชากรประมาณ 16,482,900 คน
........23. ฮ่องกง จีน ประชากรประมาณ 17,784,000 คน
........24. ฮานอย เวียดนาม ประชากรประมาณ 15,644,200 คน
........25. กรุงเทพมหานคร ไทย ประชากรประมาณ 11,584,700 คน
........26. สิงคโปร์ซิตี้ สิงคโปร์ ประชากรประมาณ 3,257,000 คน
........27, ย่างกุ้ง พม่า ประชากรประมาณ 4,922,000 คน
------------------------------------------------------------------------------
ออสเตรเลีย
------------------------------------------------------------------------------
........28. ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ประชากรประมาณ 18,351,400 คน
........29. วิกตรอเรีย ออสเตรเลีย 8,445,000 คน
........30. เวงลิงตัน นิวซีแลนด์ ประชากรประมาณ 4,799,520 คน
อีก 10 ปีกรุงเทพอยู่ใต้บาดาล “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์”
สถาบันเวิลด์วอทช์ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ศึกษาวิจัยด้านสภาพแวดล้อมทั่วโลกระบุว่า จากการศึกษาของสหประชาชาติ (UN) และอีกหลายสถาบัน พบว่า เมืองที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญกับอันตรายจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพิบัติภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยพบว่า เมืองชายฝั่ง 21 แห่ง จากทั้งหมด 33 แห่งที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประชากรสูงถึง 8 ล้านคนภายในปี 2558 มีความเปราะบางสูงมากที่จะถูกน้ำท่วม ซึ่ง 1 ในเมืองที่มีความเสี่ยงต่อภัยนี้ คือ “กรุงเทพมหานคร”
สอดคล้องกับโครงการวิจัยร่วมไทย-ยุโรป GEO2TECDI (Geodetic Earth Observation Technologies for Thailand : Environmental Change Detection and Investigation) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุ โรปที่ได้รับการสนับ สนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป ในโครงการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและระดับน้ำ ทะเลโดยใช้เทคโนโลยี Space Geodetic ออกมาเปิดเผยผลวิจัย ว่า ประเทศไทยโดยรวมจะมีการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกลับเพิ่มขึ้น ส่วนแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดลงปีละ 15 มม.
“รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” กรรมการภูมิศาสตร์โลก และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เพิ่งศึกษาวิจัยประเด็นนี้เสร็จหมาดๆ แล้วส่งเปเปอร์ให้กับธนาคารโลก (World Bank) ในฐานะเจ้าของเงินทุนการวิจัย เล่าความเป็นมาว่า ได้ใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้ 2 ปี โดยศึกษาเฉพาะกรณีของประเทศไทย
เหตุเพราะว่าธนาคารโลกสนใจเรื่องนี้มาก และศึกษามาอย่างต่อเนื่องจนได้ข้อมูลว่า 4 เมืองหลักในทวีปเอเชีย ได้แก่ เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย, เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม, เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกรุงเทพฯ ประเทศไทย
ดังนั้น จึงให้ทุนมาศึกษาวิจัยว่าความเสี่ยงมีมากขนาดไหน ประชาชนจะได้รับผลกระทบกี่ครอบครัว และความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะเป็นมูลค่าเท่าไหร่
“วิธีการศึกษาผมได้ใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด สร้างเมืองกรุงเทพฯจำลองขึ้นมา ซึ่งกรุงเทพฯ ประกอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองต่างๆ ระดับความสูงของพื้นดิน ระดับน้ำทะเลบริเวณเขตบางขุนเทียน จากนั้นใส่ปริมาณน้ำเหนือ น้ำหนุน และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ใส่ข้อมูลต่างๆ ลงไปให้ครบ และใช้เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2538 เป็นฐาน..”
ผล.. เราพบว่าถ้าเหตุการณ์อย่างปี 2538 เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อนาคตเราหนีไม่พ้นแน่ กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ ต้องโดนน้ำท่วมหนัก”
คำว่า ”กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้” ของอาจารย์เสรีมีความหมายว่าผืนดินบริเวณริมทะเลทั้งหมด โดยวัดจากริมชายทะเลเข้าไปในแผ่นดินประมาณ 10 กิโลเมตร จะถูกน้ำท่วม “โดยมีระดับความสูงของน้ำ 1.8-2.00 เมตร” !! ดังนั้นลักษณะของบ้านอนาคตประเทศไทยต้องมีใต้ถุนสูง ส่วนบ้านแพลอยน้ำเป็นของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ขณะนี้ได้ออกแบบเตรียมรับมือน้ำท่วมไว้แล้ว
“”เราพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วมรุนแรง แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับว่าจะติดกับชายฝั่งขนาดไหน ถ้าอยู่ติดชายฝั่งระดับน้ำจะท่วมสูง 1.8-2.00 เมตร ถ้าลึกเข้าไปก็ลดหลั่นกันไป แต่ริมชายฝั่งอย่าง จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร บริเวณปากแม่น้ำจมแน่ๆ”"
เขาอธิบายว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นหินอ่อนจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมภายใน 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป โดยสถานการณ์จะรุนแรงกว่าปี 2538 เพราะจากการคำนวณพบว่า ทุกๆ 25 ปี กรุงเทพฯ มีโอกาสจะเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง (ภายในปี 2563) ทั้งนี้หากคำนวณจากปัจจัยแผ่นดินทรุดเพียงกรณีเดียว พบว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมภายใน 25 ปี แต่ในความเป็นจริงปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม ไม่ได้มีเพียงแค่กรณี เดียว
แต่ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.ปริมาณฝนที่ตกลงมา ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ต่อปี 2.การทรุดตัวของแผ่นดิน ซึ่งในอดีตแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดตัวต่ำลงประมาณปีละ 100 มม.แต่ในปัจจุบันหลังมีมาตรการห้ามขุดเจาะน้ำบาดาล อัตราการทรุดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ10-20 มม. 3.ระดับ น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีอัตราน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 3 มม.4.ผังเมืองและความแออัดของชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของกรุงเทพฯ ลดลงกว่า 50% เมื่อมีน้ำเหนือไหลมาหรือมีปริมาณฝนมากขึ้นจึงไม่มีพ ื้นที่รองรับน้ำ
“สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือเหตุการณ์ปี 2538 น้ำเหนือมาหนักมาก มันไหลมา 4,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรุงเทพฯรับน้ำได้ 3,000 ลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์เช่นปี 2538 อีกครั้งเมื่อน้ำมาสี่พันกว่าลูกบาศก์เมตรเขาจำเป็นต้องผลักน้ำออกไปทางซ้ายและทางขวา ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งหมายความว่าน้ำจะท่วมชนบทอย่างมโหฬาร พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม จะโดนหนักมาก แล้วมาทาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เขตหนองแขม และเขตลาดกระบัง กทม. ก็ไม่รอด”
สำหรับสาเหตุที่น้ำท่วมกรุงเทพฯในปี 2563 จะหนักหนาสาหัสมาก ดร.เสรีบอกว่า ตัวการสำคัญ คือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะผังเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ว่างเปล่า ลดลงไปจากเดิมถึงครึ่งหนึ่ง
“แต่ก่อนผมจำได้ว่ามีพื้นที่ว่างเปล่าหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของ กทม. 1,500 ตร.กม. เป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 40% ปัจจุบันเหลือเพียง 20% เท่านั้น และขณะนี้เรากำลังสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ รุกล้ำไปในพื้นที่ชุ่มน้ำมาก เช่น สร้างหมู่บ้านจัดสรรขวางทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นทางน้ำไหลลงทะเลไปทางทุ่งตะวันออก บริเวณหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง บริเวณนี้หมู่บ้านเกิดขึ้นเยอะมาก รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหา”
อาจารย์เสรีบอกว่า ภายในปี 2563 หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นและถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ดำเนินการอะไร ไม่ได้สร้างคันดินที่จะกั้นน้ำไม่ให้ทะลุเข้ามา หรือการขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำพื้นที่แก้มลิง หรือหาพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมน้ำจะท่วมกรุงเทพฯแน่นอน

สุดระทึก !! เจ้าของร้านยิงปืนใส่ลูกค้าดับอนาจ..แต่พอรู้สาเหตุทำเอาหลายคนเห็นใจ..!?
Posted by
Unknown,
on
1:36 PM
พล.ต.ต.ชัยพร พาณิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้สอบสวนปากคำ นายสามารถ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านเพื่อชีวิต หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง นายธีรวัฒน์ อายุ 36 ปี ลูกค้าเสียชีวิตที่หน้าร้านของตนเอง แล้วหลบหนีไปตั้งหลักก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อขอสู้คดี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป
นายสามารถ สารภาพว่า คืนเกิดเหตุผู้ตาย นายธีรวัฒน์ ได้เข้ามานั่งดื่มเบียร์ที่ร้านกับเพื่อน 4 คน จน นายธีรวัฒน์ มีอาการเมามากขณะที่แฟนสาวตนอายุ 25 ปี ทำหน้าที่แคชเชียร์ได้เดินผ่านโต๊ะก็ถูก นายธีรวัฒน์ ลวนลาม จึงไปตักเตือน ทำให้ นายธีรวัฒน์ มีท่าทีไม่พอใจตน หลังจากนั้นก็เช็กบิลกลับออกมา หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที นายธีรวัฒน์ ได้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์เพื่อนมาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินมาริมรั่ว ตนเองยืนมองดูอยู่ในร้าน เห็นท่าไม่ดีแน่ จึงหยิบอาวุธปืนที่วางอยู่กับพื้นใต้โต๊ะออกมาถือไว้ ส่วน นายธีรวัฒน์ ก็ชักปืนลูกโม่ออกมายิงใส่ตน จนเกิดการดวลปืนกันขึ้นจนกระสุนถูก นายธีรวัฒน์ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนตนไม่ถูกกระสุนแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้หลบหนีไปตั้งหลัก
สาวๆช้ำใจ !! เมื่อหนุ่มหน้าตาดี เงินเดือนเป็นแสน แต่กลับมาหลอกสาวแบบนี้ ไม่น่าเลย
Posted by
Unknown,
on
10:43 AM
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่อาคารสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.ต.ธวัชชัย นิลานุช ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุม นายณัฐวุฒิ กันตะบุตร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/1 ถ.สรรพสิทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ผู้ต้องหาแต่งกายเลียนแบบเจ้าพนักงานของรัฐ และมีวิทยุสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งใช้ในราชการไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังสืบทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.อ. จบโรงเรียนนายร้อยรุ่น 60 ถ่ายภาพลงเฟซบุ๊ก และไปหลอกจีบหญิงสาวให้หลงเชื่อหลายรายแล้ว

โดยชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ศรายุธ ใจกำแหง สว.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม โดย พ.ต.ท.วชิรา ยาวไธสงค์ สว.กก.ปพ.บก.ป. สืบทราบจนรู้ว่าผู้ต้องหามาเปิดห้องเช่าหอพักแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จึงบุกตรวจค้นจับกุมพบ นายฐวุฒิ กันตะบุตร ขณะนอนดูโทรทัศน์อยู่ภายในห้อง แล้วแสดงตัวเข้าตรวจค้น จับกุมได้พร้อมของกลาง ประกอบด้วย เครื่องแบบตำรวจทั้งชุดปกติ และชุดเสื้อนอกคอแบะติดเครื่องหมายยศ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ วิเศษดี บัตรข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรอง สว.กก.ปพ.บก.สส.ตชด.22 อุบลราชธานี วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง ปืนปลอม 1 กระบอก บัตรสมาชิกสภาทนายความ ชื่อ นายสนิท ศรีพรม พร้อมนามบัตร และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง
สอบสวนเบื้องต้น นายณัฐวุฒิ ยอมให้การสารภาพว่า มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างและถมดินในเขตจังหวัดอีสานตอนล่าง มีรายได้เดือนละ 50,000-100,000 บาท แต่เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงมีความใฝ่ฝันอยากเป็นทนายความ เพราะสอบไม่ได้เสียที และชอบชุดเครื่องแบบตำรวจเพราะที่มีความเท่ จึงไปตัดชุดและซื้อเครื่องหมาย พร้อมปลอมแปลงบัตรประจำตัวที่ร้านแห่งหนึ่งแถวหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อมาใส่ถ่ายรูปโชว์ในเฟซบุ๊ก แต่ไม่เคยแต่งเครื่องแบบโชว์ใคร แค่ห้อยป้ายตำรวจเท่านั้น รวมถึงใช้ชื่อปลอมที่มีตัวตนจริง ซึ่งเจ้าของชื่อตัวจริงก็ไม่เคยรู้ว่าถูกแอบอ้าง จนมาถูกจับได้ดังกล่าว

ถึงคราวซวยพนักงาน 7-11 เมื่อสั่งสินค้าพลาดเพียงกดเลขนี้เท่านั้น เป็นเรื่องเลย
Posted by
Unknown,
on
10:18 AM
งานนี้ทำเอาพนักงาน คนหนึ่งของร้าน 7-11 เกือบขำไม่ออกเลยทีเดียว เมื่อดันกดเลขออเดอร์สั่งขนมผิด … เรื่องเป้นอย่างไรไปดูกัน
เหตุเกิดที่เซเว่นอีเลเว่นประเทศไต้หวัน เมื่อนายจางพนักงานขาย 7-11 ต้องการออเดอร์ขนมปังเคลือบช๊อกโกแลตจำนวน 4 ชิ้น แต่ตอนกดออเดอร์ออนไลน์กลับกดพลาดไปโดนเลขอีกสองตัว กลายเป็นออเดอร์ขนมปังมา 400 ชิ้น จึงมีภาพขนมปังรสช๊อกโกแลตวางเต็มชั้นเช่นนี้ เพื่อนของนายจางซึ่งเข้ากะเวลา 6 โมงเช้ามาเห็นจึงรีบถ่ายภาพและโพสต์ลงบนเฟซบุคพร้อมคำอธิบายใต้ภาพว่า …
“เห็นแก่พนักงานเซเว่นบ๊องๆคนหนึ่ง มาช่วยกันซื้อหน่อยนะครับ”
เมื่อภาพนี้ได้กระจายไปบนอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่ามีเพื่อน ๆ จำนวนมากต่างรีบพากันมาช่วยกันซื้อขนมปังที่ออเดอร์ผิดในครั้งนี้เพื่อไม่ให้พนักงานเซเว่นสุดบ๊องโดนหักค่าจ้าง

จนพนักงานเซเว่นเองยังตกใจและบอกว่า ผมไม่เคยเห็นที่สาขานี้มีลูกค้าเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยลูกค้าใจดีบางคนยังซื้อถึง10กว่าชิ้น ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันซื้อขนมอันนี้จนหมดชั้นวาง กระทั่งบ่ายสองโมงของวันนั้นเอง ขนมปัง400ได้ถูกซื้อไปจนหมดเกลี้ยง ชาวเน็ตบางคนกล่าวว่า วิวที่สวยที่สุดของวันนี้คือคนที่มีน้ำใจแห่กันมา
นี่คงเป็นเรื่องราวของความผิดพลาดที่ไม่น่าใหญ่หลวงสำหรับพนักงานคนหนึ่ง แต่ที่แปลกใจ อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ การแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในสังคมที่น่ารักมากๆ เรื่องหนึ่งเลยล่ะ ขอปรบมือดัง ๆ ให้ อีกสักครั้งครับ ^^
แทบล้ม! คบกับทอมแต่ดันท้อง เรื่องถึงจุดพีค...ผลคือต้องเลือกระหว่างรักหรือความถูกต้อง!
Posted by
Unknown,
on
5:46 AM
คบกับทอมแต่ดันท้องกับผู้ชาย เพราะชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายยังไงล่ะ!! ก็เพราะเรื่องราวอลเวงพลิกพลันในชีวิตของสาวน้อยคนหนึ่งนี้ เกิดขึ้นอย่างโหมกระหน่ำและรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด และมันก็ทำร้าย ทำลาย ของรู้สึกของทุกฝ่ายๆ ทั้งตัวเธอเอง ฝ่ายชาย-แฟนใหม่ของฝ่ายชาย และที่สำคัญคือทอมสาว ที่คอยอยู่เคียงข้างซับน้ำตามาตลอด เพราะผลสุดท้ายแล้วก็ก็เลือกความเป็น "ครอบครัว" กลับไปอยู่ร่วมชายคากับคู่ชีวิตที่ถูกลิขิตมาแล้ว นั่นก็คือฝ่ายชาย ที่ต่างคนต่างก็เคยทอดทิ้งกันไป
[ขอแชร์ประสบการณ์ชีวิต] คบกับทอมแต่ดันท้องกับผู้ชาย!
สวัสดีค่ะ แว้บแรกที่คุณเห็นหัวข้อกระทู้นี้คูณมีความคิดเห็นยังไงบ้าง? บอกเลยนี้คือเรื่องจริงและเกิดขึ้นกับชีวิตผู้หญิงคนนึงจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นคือเราเอง เราขอใช้พื้นที่ของพันทิปเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ที่มันยิ่งกว่านิยาย

ขอเล่าเรื่องแบบคร่าวๆ นะ คือเราเป็นผู้หญิงที่คบได้ทั้งผญ. และ ผช. ตั้งแต่มีแฟนมา ก้มีทั้งผช. และผญ. เรื่องมีอยู่ว่า ก่อนหน้านี้เราคบผช. ซึ้งรู้จักกันมาหลายปีในฐานะเพื่อน แต่แล้วก็ได้คบกันแบบแฟน เราคบกันแบบแฟนได้ไม่นาน สามเดือนเลิกและเป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง จนวันนึงเราเจอทอมคนนึง นางยิ้มเก่งมากดูแล้วเป็นคนที่เฮฮา เรารู้จักกับนางได้เพราะกิจกรรมของโรงเรียน ซึ้งมันทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน พอเวลาผ่านไป กับอะไรหลายๆ อย่าง ช่วงนั้นเรามีแววว่าจะเลิกกับผช.คนนั้น เราร้องไห้บ่อยมาก เครียดทั้งเรื่องแฟน ทั้งเรื่องกิจกรรมของโรงเรียน แต่เราก็มีนางทอมคนนี้แหละที่คอยอยู่ข้างๆ นางรับฟังปัญหาของเราทุกอย่าง จนวันนึงเราได้มีโอกาสคบกัน (แต่เป็นการคบกันที่ห่วยสุดตั้งแต่มีแฟนมา 5555555.) เราใช้เวลาอยู่กับทอมคนนี้นานพอสมควร แต่ก็มีทะเลาะกัน มีเลิกกัน
และช่วงจังหวะที่เราเลิกกับทอม ผช.คนนั้นกลับมา ทำทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ จนเราตายใจ โอเคเรากลับไป แต่ก็ได้ไม่นาน เราไม่โอเคเราเลยออกมา ชีวิตรักเราเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง หลายคนอาจจะมองว่าเราง่าย เราแรด เราร่าน แต่ความจริงแล้วเราเป็นคนขี้ใจอ่อน เจอใครทำดีให้หน่อยไม่ได้ เราเป็นประเภทชอบลองใจอ่ะ ชอบคิดอะไรเยอะๆ แต่เราจะเป็นแบบนี้เฉพาะคนที่เคยรักหรือรักจริงๆ นะ กับผช.คนอื่นที่อยู่นอกเหนือสถานะนี้เราไม่เคย จนครั้งนึง เราตัดสินใจหล่ะ ว่ายังไงเราก็อยู่กับผช.คนนี้ไม่ได้หรอก นิสัยผช.จะคล้ายๆ ผญ.คือ ขี้หึง ติกหนึบ ชอบงอน ตือมันควรจะเป็นเราง่ะ เพราะเราก้นิสัยแบบนี้มันเลยจูนกันไม่ได้ สุดท้ายก็ออกมา ผู้ทอมคนนี้ก็ยังอ้าแขนรับเราเสมอ
เราตัดสินใจล่ะ ว่าเราจะเลือกทอมคนนี้ ถ้าเราไม่เลิกกันก็คบกันมาปีกว่าๆ ได้หล่ะ แต่เหมือนกับว่า.. เราตัดสินใจช้าไป เรากับมาคบกับทอมโดยที่ทุกอย่างกำลังดีขึ้น เราและเขาทำทุกอย่างจนเกือบจะเพอร์เฟค แต่สุดท้ายแล้วเรามารู้ทีหลังว่าเราตั้งครรภ์มาสี่จะห้าเดือนแล้ว แต่ก่อนหน้าเราก็สังเกตนะว่าทำไม ปจด.ยังไม่มา เราก็ปรึกษาแฟนที่เป็นทอม ก็คุยๆกัน สงสัยจะเครียดมากไป เพราะช่วงนั้นเราเจอปัญหาครอบครัวแบบหนักมาก เรื่องเงินทอง เรื่องการงาน คือบริษัทที่เราทำงานกไลังจะปิดตัวลง มันเป็นอะไรที่เครียดมากกก เราก็คิดว่าสงสัยเครียดมากเกินไป จนเข้าเดือนที่สาม ปจด.ก็ยังไม่มา เราก็เริ่มแปลกใจล่ะ เริ่มหาข้อมูลว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ ปจด.มาไม่ปกติ แล้วเราก็พูดกับตัวเองกับเพื่อนว่า ถ้ากลางเดือนยังไม่มาอีกจะตรวจว่าท้องรึป่าว
แต่บอกก่อนนะเราไม่เคยปิดบังเรื่องนี้กับแฟนทอมเลย การที่เราชะล่าใจเพราะเรามั่นใจมากว่าจะท้องได้ไง เพราะเราก็มีแฟนเป็นทอม คือเราไม่ได้คิดย้อนไปตอนนั้นเลยที่เรากลับไปคบกับผช.ครั้งสุดท้าย เราไม่เคยคิดถึงเลย จนเข้าเกือนที่สีเราตัดสินใจตรวจ คือตอนนั้นเราทรุดเลย ร้องไห้แล้วก็โทรหาแฟนทอมบอกเคาทันที เราเสียใจมาก รู้สึกว่า ทำไมชีวิตเราต้องผิดพลาดอะไรขนาดนี้ ตอนแรกเคาก็รับไม่ได้หรอก แต่ไม่กี่ชม.เคาก็ไปเราไปกินข้าว คือทุกอย่างปกติมาก แต่ที่แปลกคือ เคากลับดูแลเราใส่ใจเราดีกว่าเดิม ก่อนนอนก็คุยกับลูกเราทุกคืน บ้างก็ร้องเพลงให้ฟัง แต่เรารู้ในใจเคาคิดอะไร ผ่านไปเกือบเดือน เราขอเคากลับมาอยู่ที่บ้านเรา ก่อนหน้านี้เราอาศัยอยู่กับเคา เคาก็โอเค บางทีก็มานอนกับเรา และทุกครั้งที่เราอยู่บ้านคนเดียว เราร้องไห้ตลอด
เราตัดสินใจให้เพื่อนสนิทเราโทรไปบอกกับผช.ว่าเราท้อง แต่ตอนนั้นเราคิดว่า ขอแค่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย เราไม่ต้องการให้เคากลับมา เพราะเราก็คิกว่าเคาคงไม่อยากกลับมา แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เคารีบบอกเลิกแฟนที่คบกับอยู่ว่าเราท้อง ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกเลย เราทั้งด่าสาระพัดเพราะไม่อยากให้เคากลับมา ตอนนั้นเราเห็นแก่ตัวมากพูดเลย เรากลัวไปหมดทุกอย่าง เราหันมาปรึกษาแม่ปรึกษาคนในครอบครัว เคาอยากให้เราผูกข้อไม้ข้อมือกัน เราไม่พูดอะไรมากแค่บอกว่าแต่ขอไม่อยู่ร่วมกับเคานะแม่แล้วเราก็ร้องไห้ เรารู้ว่าเราหาเงินคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ ที่บ้านก็ไม่ใช่ว่าฐานะถึงขั้นรวยแค่พอมีพอกิน แต่ที่จำความได้เราต้องดิ้นรนเพื่อตัวเองและครอบครัวตลอด แต่ครั้งนี้เรายอมทำตามแม่ เราเลยตัดสินใจบอกกับแฟนทอมตรงๆ ว่าที่บ้านให้แบบนี้ๆๆ บลาๆๆ /#*^#@
แฟนทอมก็ร้องไห้หนักมาก ไม่ต่างกับเราที่เสียใจไม่แพ้กัน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องกลับมาอยู่กับผช. เราพยายามปลงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเราร้องไห้บ่อยบางทีก็เกือบชัก เราสงสารลูกที่กำลังจะเกิดมา เราเลยตัดสินใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะทำทุกอย่างเพื่อลูก ต่อให้เราจะฝืนใจที่ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ชอบเราก็จะทน แต่ระหว่างนั้นฝ่ายชายก็ดูแลเราดีนะ เราก็มีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นกับเคาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ดีที่สุด แต่เราก็โอเค ทุกวันนี้ยอมรับเลยว่ายังคิดถึง ผู้ทอมอยู่ แต่ตอนนี้เคาเกลียดเราไปหล่ะ เคาไปเล่าเรื่องของเราแบบว่าเคาไม่เคยรักเราเลยอ่ะ เคาเล่าแบบว่า เคาไม่เคยรักเราอ่ะ ทั้งๆที่ เคาก็เลือกที่จะไม่ใช้คำพูดแรงๆ อะไรขนาดนั้น
ยิ่งเรารู้เราก็ยิ่งรู้สึกผิดมากๆ กับสิ่งที่เราทำ เราได้แต่ขอโทษพูดบอกับทุกคนว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ แต่ยิ่งพูดไปก็เหมือนเรากำลังแก้ตัว พอเราเจอกับปัญหาแบบนี้หนักขึ้นๆ เราก็เลิกที่จะไม่สนใจคำพูดคำด่าของใครเลย.. ประสบการณ์ครั้งนี้เราไม่รู้เลยว่าเราจะลืมมันได้ตอนไหน แต่คิดว่าคงจำไปจนวันตายเลยล่ะ เห้ออออ
ขอเล่าแค่นี้นะค่ะ น้ำตาท้วมจอแล้ว เราขอความกรุณานิดนึงนะค่ะ **ด่าได้แต่อย่างแรงมากให้คิดส่ะว่าถ้าวันนึงเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักหรือคนใกล้ตัวคุณก็แล้วกันนะค่ะ** ถ้าเราเล่าแล้วใคร งง ก็ขอโทษทีนะค่ะ เราพยายามที่จะพิมพ์ให้เข้าใจง่ายที่สุดได้เท่านี้จริงๆ แต่เราจะยอมรับกับทุกความคิดเห็นนะค่ะ เพราะคนเราก็คิดไม่เหมือนกัน ขอย่ำนะค่ะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่ไม่ได้เล่าทั้งหมด
ขอเล่าแค่นี้นะค่ะ น้ำตาท้วมจอแล้ว เราขอความกรุณานิดนึงนะค่ะ **ด่าได้แต่อย่างแรงมากให้คิดส่ะว่าถ้าวันนึงเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักหรือคนใกล้ตัวคุณก็แล้วกันนะค่ะ** ถ้าเราเล่าแล้วใคร งง ก็ขอโทษทีนะค่ะ เราพยายามที่จะพิมพ์ให้เข้าใจง่ายที่สุดได้เท่านี้จริงๆ แต่เราจะยอมรับกับทุกความคิดเห็นนะค่ะ เพราะคนเราก็คิดไม่เหมือนกัน ขอย่ำนะค่ะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่ไม่ได้เล่าทั้งหมด
ขอบคุณเรื่องราวจาก สมาชิกหมายเลข 2650326 (Pantip.com)
bigza.com
bigza.com
Wednesday, September 16, 2015
ตะลึง! ชาวประมงญี่ปุ่นจับ Wolf Fish ปลาดึกดำบรรพ์ได้ ตัวยาวตั้ง 2 เมตร
Posted by
Unknown,
on
10:05 PM
เว็บไซต์เดลีสตาร์ของอังกฤษเผยแพร่ภาพที่น่าตะลึง เมื่อ "ฮิโรชิ ฮิราซากะ" ชาวประมงญี่ปุ่นจับปลาร่างเบิ้ม หน้าตาพิลึกกึกกือได้ที่ด้านนอกชายฝั่งเกาะฮ็อกไกโด

ปลาที่ว่านี้คือปลาหมาป่า หรือเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า Wolf Fish ซึ่งจริงๆแล้วเจ้า Wolf Fish ยังมีอีกหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะหมาป่าทะเล หรือปลาดุกแอตแลนติก โดยเป็นปลาที่มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว และส่วนมากมักจะชอบอยู่ในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือในส่วนที่น้ำเย็น ลักษณะโดยคร่าวๆก็จะมีปากที่กว้างใหญ่ ฟันคมสำหรับใช้กินเม่นทะเล
จุดที่น่าฮือฮาคือปกติแล้วปลาหมาป่าจะตัวโตเต็มที่ได้แค่ประมาณ 112 ซ.ม. เท่านั้น และหนัก 15 ก.ก. แต่ตัวนี้ฮิโรชิจับได้นี้ยาวราว 2 เมตรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้มันจะมีรูปร่างหน้าตาอัปลักษ์ แต่คุณฮิโรชิก็เผยว่าตื่นเต้นดีใจมาก เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่ได้เห็นเจ้าปลาแปลกตัวนี้ เพราะปกติก็ชอบตะลอนล่าจับและกินสัตว์แปลกๆรอบโลกอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสโพสต์รูปและข้อความอวดลงบนทวิตเตอร์ซะเลย
"ผมมีชีวิตอยู่เพื่อไล่จับสัตว์ที่น่าสนใจ คุ้มจริงๆเลยที่อุตส่าห์ถ่อไปถึงฮ็อกไกโด เจ้าปลาเบิ้มนี่เจ๋งจริงๆ" คุณฮิโรชิกล่าว

คลิปนาทีชีวิต! บิ๊กไบค์คว่ำที่ลำตะคอง ผู้ชายมีสติดึงร่างผู้หญิงมากอด รอดตายทั้งคู่ ==> VIDEO
Posted by
Unknown,
on
10:00 PM

คลิปนี้เผยแพร่ในเฟซบุ๊คโดยคุณ Book Skate ระบุว่า "สดๆร้อนๆ ทางลงเขา ลำตะคอง ระวังกันด้วยนะครับ 14.15 น. ทั้ง 2 คนปลอดภัยดี 15/09/58 #goprohero4 รู้สึกตกใจกับ อัษฎาวุธ โง๊ะบุดดา และ Munthita Daungkhamdee ที่ เขื่อนลำตะคอง@โคราช"
สดๆร้อนๆ ทางลงเขา ลำตะคอง ระวังกันด้วยนะครับ 14.15 น. ทั้ง2คนปลอดภัยดี 15/09/58 #goprohero4
Posted by Book Skate on 15 กันยายน 2015
เป็นเหตุการณ์ที่บันทึกจากกล้องที่หมวกกันน็อกของผู้ขับขี่ที่ชายหนุ่ม ซึ่งขี่บิ๊กไบค์โดยมีผู้หญิงซ้อนท้าย เป็นช่วงลงเขาที่ลำตะคอง จ.นครราชสีมา และฝนตกหนักถนนลื่น จู่ๆ รถบิ๊กไบค์เกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ทั้ง 2 คนก็ลื่นไถลไปบนพื้นถนน แต่ผู้ชายมีสติดึงร่างผู้หญิงเข้ามากอด ก่อนที่จะไปกระแทกกับขอบถนน
เมื่อผ่าท้องปลาดุกอายุร้อยปีกลับพบสิ่งเหล่านี้! ทำเอาขนลุกเลย!
Posted by
Unknown,
on
9:51 PM

ข่าวรายงานว่า 2ชาวประมงชาวโปแลนด์ได้จับปลาดุกยักษ์ขึ้นมาจากในแม่น้ำฝั่งตะวันตกของประเทศโปแลนด์ ซึ่งมีความยาวประมาณ4เมตรและมีน้ำหนักกว่า200กิโลกรัม



ดิว อริสรา จูบปากกุ๊บกิ๊บ อวยพรวันเกิดซึ้ง
Posted by
Unknown,
on
8:51 PM
ฉลองครบรอบวันเกิด 27 ปี ของสาวแซ่บ "กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์" ในปีนี้ นอกจากจะเห็นภาพเธอควงหนุ่ม "บี้ KPN" ไปเที่ยวเกาหลีด้วยกันและโชว์ความหวานแล้ว ยังเห็นภาพประทับใจและมิตรภาพระหว่างเพื่อนซี้ นางร้ายหน้าเป๊ะ "ดิว อริสรา" ที่โพสต์รูปจูบปากกับกุ๊บกิ๊บลงอินสตาแกรม การันตีถึงความซี้และความรักที่มีให้กัน ด้วยคำอวยพรยาวๆ จากใจเพื่อนถึงเพื่อน ใต้ภาพว่า
"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยูนะจ๊ะเพื่อนรัก จริงๆแล้วตอนแรกอยากไป surprise วันเกิดเพื่อนถึงที่นู๊นแต่ไปๆมาๆอาทิตย์นี้มีถ่ายละครทั้งวีค อดทำเซอร์ไพร์สให้บ้างเลย แก่ขึ้นอีกปีนึงแล้วนะไอ้จิ๋ว เนื่องในวันเกิดเพื่อนพี่นี้ ขอให้เพื่อนมีความสุขมากๆ มีงานเยอะๆ มีทั้ง2อย่างนี้มากอยู่แล้วก็ขอให้มากขึ้นไปอีกกกก เงินทองไหลมาเทมา เฮงๆ รวยๆ สวยๆ แซ่บๆ ขอให้อะไรที่ไม่ดีทำอะไรเพื่อนรักไม่ได้ และอะไรที่ไม่ดีที่เพื่อนเคยผ่านมาให้มันผ่านไป ชีวิตเพื่อนผ่านอะไรมาเยอะเพื่อนเก่งอยู่แล้วว (อันนี้รู้ดี) ปีนี้และปีหน้าจะเป็นปีที่ดียิ่งยิ่งขึ้นไปของเพื่อนอีกเนอะ คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะแล้วแหละเอาเป็นว่ายามเพื่อนอ่อนแอเพื่อนคนนี้ก็จะเข้มแข็งและอยู่เป็น ทั้งที่พึ่งทางกายและที่พึ่งทางใจให้เพื่อนอุ่นใจได้เสมอ เหมือนที่มรึงก็คอยเปนคนคนนี้ให้กุเช่นกันนะ รักนะ รักมาก HBD TO U Tons of happiness na my GG #ไลน์หากันไปกันมาต่างคนต่างคิดถึงกัน #เห็นนั่นก็นึกถึงเห็นนี่ก็นึกถึง #ต่างคนต่างอยากอยู่ด้วยกัน #ถึงตัวจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้วว่าเราต่างคนต่างอยู่ในใจของกันและกัน Best Friend Forever รักสสส์ @gggubgib36 #ไม่รับฝากร้านคะ #มาHBDนางกัน"
ทีมขาวบันเทิง Sanook!News ขออวยพรให้กุ๊บกิ๊บมีความสุข แฮปปี้ทั้งเรื่องงานเรื่องรักด้วยนะคะ






ศาลอาญา คุก4ปี4ด. ณัฐวุฒิ-วีระกานต์-เหวง-วิภูแถลง นำนปช.บุกบ้านป๋าเปรม-ไม่รอลงอาญา
Posted by
Unknown,
on
8:48 PM
ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 4 เดือน "วีระกานต์ - ณัฐวุฒิ - วิภูแถลง - หมอเหวง" คดี บุกบ้านป๋าเปรม เมื่อปี 2550 ส่วนวีระกานต์ ป่วย ศาลนัดให้มาฟังคำพิพากษาวันที่ 30 กันยายนนี้ ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล / นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน / นายวันชัย นาพุทธา / นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ / นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ / นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายแพทย์เหวง โตจิราการ ซึ่งทั้งหมดเป็นแกนนำ และแนวร่วม นปช. รวม 7 คน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และข้อหาอื่นๆ กรณีนำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากสนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเรียกร้องกดดันให้ พลเอกเปรม ลาออกจากตำแหน่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 เมื่อถึงเวลานัดมีเพียง นายวีระกานต์ มุสิกะพงศ์ อดีตประธาน นปช. ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาลตามนัด แต่มอบอำนาจให้ตัวแทน ขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากนายวีระกานต์ ป่วยมีอาการเลือดออกในลำไส้ เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีใบรับรองแพทย์ยื่นยันต่อศาล ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุสมควรจึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาเฉพาะในส่วนของนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 แต่ในส่วนจำเลยร่วมเดินทางมาศาลครบทุกคน ศาลจึงอ่านคำพิพากษาในส่วนจำเลยที่มาศาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมกลุ่มแกนนำที่อยู่บนรถซึ่งผู้ชุมนุมได้ขัดขวางโดยใช้เก้าอี้และอิฐปาใส่เจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การป้องกันตัวตามที่จำเลยกล่าวอ้าง และพิจารณาคำปราศรัยของแกนนำแล้วเห็นว่า ไม่มีเจตนาที่จะห้ามปรามผู้ชุมนุมอย่างจริงจัง พิพากษา จำคุก นายวีระกานต์ / นายณัฐวุฒิ / นายวิภูแถลง และนายแพทย์เหวง คนละ 4 ปี 4 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานทำร้ายเจ้าพนักงานฯ พิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 และ 3 เนื่องจากหลักฐานยังมีข้อสงสัยว่าร่วมกระทำผิดหรือไม่ พร้อมนัดให้นายวีระกานต์ มาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 30 กันยายนนี้ เวลา 09.00น. ซึ่งภายหลังศาลมีคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยลงมาที่ห้องขังใต้ถุนศาลอาญาทันที และขณะนี้ทนายความอยู่ระหว่างยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก
sanook.com
กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ อัพเดทสถานะ “ฉันมีแฟนแล้ว“
Posted by
Unknown,
on
8:44 PM
ถือเป็นฤกษ์งามยามดีในวันเกิดครบรอบ 27 ปีในปีนี้ของสาวแซ่บ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เพราะนอกจากจะได้รับคำอวยพรจากพื่อนๆ และคนใกล้ชิด ยังมีอีกเรื่องน่ายินดีของเธอ เมื่อเพื่อนชายคนสนิทอย่าง "บี้ KPN" ได้ทำเซอร์ไพรส์ ขอกุ๊บกิ๊บเป็นแฟน แบบสุดโรแมนติก หลังจากความสัมพันธ์ของคู่นี้ที่คลุมเครือมานาน สุดท้ายกุ๊บกิ๊บก็ได้ยกสถานะบี้จากเพื่อนมาเป็นแฟนแล้วเรียบร้อย หลังจากโสดมานานกว่า 4 ปี พร้อมอัพเดทลงอินสตาแกรมว่า
"*officially..."ค่ะคนดี" ...และของขวัญที่ดีที่สุดในวันเกิดรอบ 4ปีที่ผ่านมา...คือปีนี้ "ฉันมีแฟนแล้ว!!" เย้ๆๆๆ :) .
.แด่ การเดินทางครั้งใหม่ที่กำลังเริ่มต้น....ไปด้วยกัน @bie_kpn ปล. เกิดมาในชีวิตไม่เคยถูกใครขอเป็นแฟนได้โรแมนติกขนาดนี้ขอบคุณมากๆนะค่ะในทุกความตั้งใจ อดทน และแสนดี ต่อจากนี้มาลองทำทุกวันที่มีให้ดีและมีค่าที่สุดไปด้วยกันนะค่ะที่รัก :)"
ขอแสดงความยินด้วยนะคะ ทำเอาแฟนคลับบี้ กุ๊บกิ๊บ ฟินไปตามๆ กัน หลังจากลุ้นสถานะของคู่นี้มานาน
เครดิตภาพ IG:bie_kpn,gggubgib36








Subscribe to:
Comments
(
Atom
)


















